แฟชั่น บิ๊กอาย

บิ๊กอาย กับ แฟชั่นในปัจจุบัน

เลนส์ตาโต เป็นคอนแทคเลนส์ชนิดตาโต หรือที่วัยรุ่นเรียกกันว่า “บิ๊กอาย”จะเหมือนกับคอนแทคเลนส์แฟชั่นสมัยก่อนที่มีสีสันให้เลือกมากมาย แต่ที่แตกต่างคือ เลนส์สีบริเวณตรงกลางดวงตาจะเป็นเลนส์ใสปกติแต่บริเวณขอบเลนส์จะมีสีดำ ทำให้ขอบตาคุณดูชัดมากขึ้น มีราคาตั้งแต่ 450 – 2,000 บาท

ใส่บิ๊กอายตาติดเชื้อ

บิ๊กอายทำตาบอด ติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์เตือนวัยโจ๋

แพทย์เตือนอันตรายจากคอนแทกท์เลนส์ "บิ๊กอาย" หลังมีผู้ป่วยติดเชื้อสูโดโมแนสที่ตา ทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรงต้องเข้ารับการรักษาตัวแล้ว 4 ราย จักษุแพทย์ ระบุ เป็นแบคทีเรียร้ายแรงลามกินตาดำได้ภายใน 2 วัน รักษาไม่ทันถึงขั้นตาบอด ผู้ป่วยรับหาซื้อง่ายแม้กระทั่งตามตลาดนัด จี้ภาครัฐออกมาเข้มงวด เพราะจัดอยู่ในกลุ่ม เครื่องมือแพทย์ ต้องได้รับอนุญาตจาก อย.

เลดี้ กาก้า Lady Gaga ใส่บิ๊กอาย

เลดี้กาก้า นำเทรนบิ๊กอาย อเมริกาเตือน Big Eye เป็นอันตราย ผิดกฏหมายในอเมริกา

นับตั้งแต่กระแสความโด่งดังของ Music Video "Bad Romance" ของนักร้องสาวชาวอังกฤษ Lady Gaga ทำให้วัยรุ่นอเมริกันเริ่มนิยมใส่ Contact Lenses ที่เรียกว่า "Big Eye" กันเป็นจำนวนมาก จนหลายฝ่ายต้องออกมาเตือนในการใช้และการเลือกซื้อ เพราะวัยรุ่นจำนวนมากนิยมสั่งซื้อผ่านอินเตอร์เน็ต จากร้านค้าออนไลน์ในแถบเอเชีย...

บิ๊กอาย คอนแทคเลนส์ปลอม

อันตรายจากการใช้คอนแทคเลนส์แฟชั่น "บิ๊กอาย"

กระแสคอนแทคเลนส์แฟชั่นได้แพร่ระบาดเข้าสู่ประเทศไทยเมื่อประมาณต้นปี 2549 ที่ผ่านมา โดยวัยรุ่นไทยนิยมใส่คอนแทคเลนส์แฟชั่นเพื่อให้ตา กลมโตเลียนแบบดาราเกาหลี และญี่ปุ่น คอนแทคเลนส์แฟชั่นดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันดีในนาม บิ๊กอายส์ หรือ คอนแทคเลนส์ตาโต ราคาก็มีตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน ระยะเวลาการใช้งานก็มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ 1 เดือนไปจนถึง 1 ปี

20 พ.ย. 2565

โรคที่เกิดการการใส่คอนแทคเลนส์ไม่ถูกต้อง

คอนแทคเลนส์ แม้จะมีประโยชน์ แต่ก็มีอันตรายมากเช่นกัน เพราะต้องสัมผัสกับดวงตาโดยตรง ซึ่งการใช้คอนแทคเลนส์ที่ไม่สะอาดและถูกสุขลักษณะอาจก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ที่อาจร้ายแรงได้ การดูแลรักษาที่ไม่ดีก็อาจทำให้คอนแทคเลนส์กลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคสารพัดชนิดที่ก่อให้เกิดอันตรายที่กระจกตา เช่น


- เยื่อบุตาอักเสบเนื่องจากสารเคมี (Toxic Conjunctivitis) เกิดจากการแพ้สารประกอบที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลคอนแทคเลนส์ เมื่อคอนแทคเลนส์ดูดซึมสารเหล่านี้เข้าไปจึงทำให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกับสารจนเกิดอาการแพ้ 

- แผลอักเสบที่กระจกตา (Superficial Punctate Keratitis) เป็นอาการที่เกิดขึ้นการอาการตาแห้ง ซึ่งมีสาเหตุมาจากมลพิษ การอยู่ในห้องที่อากาศแห้ง หรือการใช้ยาบางชนิด โดยอาการที่เห็นได้ชัดคือจะเกิดแผลเล็ก ๆ บริเวณด้านล่างของกระจกตา ซึ่งจะไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ชัด จะต้องใช้กล้องตรวจตา หรือแสงสีฟ้าส่องจึงจะเห็น แผลอักเสบนี้จะนำไปสู่ปัญหาอื่น ๆ เช่น คอนแทคเลนส์ฉีกขาด รู้สึกเจ็บเวลาสวมคอนแทคเลนส์ อาการเลนส์คับแเน่น (Tight Lenses Syndrome) มักพบในผู้ที่สวมใส่คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง การสวมใส่ติดต่อกันนาน ๆ จะทำให้คอนแทคเลนส์ติดแน่นกับกระจกตา เป็นสาเหตุให้ผู้สวมใส่กระพริบตาได้น้อยลง อาการที่อาจพบได้คือ กระจกตาบวมน้ำ หากไม่ได้รับการรักษาที่ดีก็จะทำให้หลับตาได้ไม่สนิท ต่อมน้ำตาทำงานผิดปกติ และกระจกตาแห้ง 

- กระจกตาอักเสบเนื่องจากเชื้อแบคทีเรีย (Microbial Keratitis) ถือเป็นสิ่งที่อันตรายที่สุด เพราะอาจทำให้ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ตาบอดได้ พบได้บ่อยให้ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม และผู้ที่ชอบใส่คอนแทคเลนส์ขณะนอนหลับ การติดเชื้อนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ตกค้างอยู่ภายในคอนแทคเลนส์ เมื่อกระจกตาสัมผัสกับเลนส์ที่ติดเชื้อ จะทำให้เกิดอาการเจ็บตา ตาแฉะ ตาแดง ตาไม่สู้แสง และระคายเคือง ซึ่งหากเกิดอาการ

การใส่คอนแทคเลนส์ที่ไม่สะอาดอาจ จึงก่อให้เกิดปัญหาได้หลายประการโดยจะส่งผลกับกระจกตาและการมองเห็นในอนาคต ดังนั้น ผู้สวมใส่จึงต้องมีความใส่ใจในการดูแลรักษาความสะอาด และเลือกใส่คอนแทคเลนส์ที่เหมาะสม ได้มาตรฐาน 

คอนแทคเลนส์แต่ละประเภท

ปัจจุบัน คอนแทคเลนส์แบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้ 

1) คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม (Soft Contact Lenses) เป็นคอนแทคเลนส์ประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ผลิตจากพลาสติกชนิดพิเศษที่มีลักษณะนิ่ม บิดงอได้ คุณสมบัติในการอุ้มน้ำสูง และออกซิเจนสามารถผ่านเข้าไปยังกระจกตาได้ อีกทั้งยังใช้ง่าย โดยคอนแทคเลนส์แบบนิ่มจะใช้เพื่อแก้ปัญหาสายตาสั้น-ยาว สายตาเอียง อีกทั้งยังใช้ในผู้สูงอายุที่มีภาวะสายตายาวตามอายุ รวมถึงผู้ป่วยที่มีผิวกระจกตาขรุขระเนื่องจากกระจกตาเป็นแผล ซึ่งคอนแทคเลนส์แบบนิ่มก็ยังแบ่งออกเป็นอีก 3 ประเภทย่อย ๆ ได้แก่
- คอนแทคเลนส์รายวัน (Daily Wear Lenses) เป็นคอนแทคเลนส์ชนิดที่สามารถใส่ได้ในระหว่างวัน และถอดเพื่อทำความสะอาดในตอนเย็น ซึ่งอายุการใช้งานจะขึ้นอยู่กับผู้ผลิต มีทั้งแบบอายุการใช้งานหลายเดือน หรือมีอายุการใช้งานเป็นปี แต่ก็ไม่ควรใส่ติดต่อกันเกินวันละ 8-10 ชั่วโมง และไม่ควรใส่นอน 
- คอนแทคเลนส์ชนิดใส่ได้ในระยะยาว (Extended Wear Lenses) คอนแทคเลนส์ชนิดนี้สามารถใส่ได้นานกว่าคอนแทคเลนส์ชนิดแรก อาจสามารถใส่ติดต่อได้หลายวันโดยไม่ต้องถอดออกมาทำความสะอาด แต่แพทย์ส่วนใหญ่มักจะไม่แนะนำให้ใส่นอน และควรถอดออกมาทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อป้องกันความเสี่ยงการติดเชื้อ
- คอนแทคเลนส์แบบใช้แล้วทิ้ง (Disposable Lenses) เป็นคอนแทคเลนส์ชนิดที่สามารถใช้แล้วทิ้งได้ในทันทีโดยไม่ต้องทำความสะอาด ทำให้ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน มีทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห์ และราย 2 สัปดาห์

2) คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง (Hard Contact Lenses) คอนแทคเลนส์ชนิดนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่าคอนแทคเลนส์ชนิดแข็งที่ก๊าซสามารถซึมผ่านได้ (Rigid Gas Permeable Lenses: RGP Lenses) เป็นคอนแทคเลนส์ที่ผลิตจากพลาสติกชนิดพิเศษที่ออกซิเจนสามารถผ่านตัวเลนส์ไปยังกระจกตาได้มาก ทำให้เกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อที่ดวงตาลดลง และมองเห็นได้ชัดกว่า อีกทั้งยังใช้ได้นาน มีความคงทนสูงต่อรอยขูดขีดหรือคราบสกปรกที่เกาะบนคอนแทคเลนส์ เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งของผู้ที่มีปัญหาสายตา แต่ไม่สามารถใช้คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่มได้เนื่องจากสวมใส่แล้วไม่สบายตา หรือมีปัญหาเรื่องตาแห้ง ซึ่งข้อดีของคอนแทคเลนส์ชนิดนี้คืออากาศผ่านได้ อีกทั้งยังสามารถถอดนำมาทำความสะอาดได้

3) คอนแทคเลนส์ชนิดพิเศษ (Specialized Contact Lenses) เป็นคอนแทคเลนส์ชนิดที่ผลิตขึ้นโดยเฉพาะเพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างกันไป ตัวอย่างเช่น 
- คอนแทคเลนส์แบบไฮบริด (Hybrid Contact Lenses) เป็นคอนแทคเลนส์ชนิดพิเศษที่มีทั้งแบบชนิดนิ่มและชนิดแข็งอยู่ด้วยกัน สามารถแก้ปัญหาสายตา ทั้งสั้น-ยาว สายตาเอียงหรือผู้ที่มีกระจกตาผิดปกติ และผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องกระจกตา เป็นต้น เหมาะกับคนที่มีปัญหาในการใส่คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง 
- คอนแทคเลนส์หลายระดับ (Multifocal Contact Lenses) เป็นคอนแทคเลนส์ที่มีทั้งแบบแข็งและนิ่ม ซึ่งภายในเลนส์จะมีค่าสายตาหลายระดับเพื่อให้เหมาะต่อการใช้งาน นิยมใช้ในผู้ที่มีปัญหาสายตาเสื่อมสภาพลงตามวัย
- คอนแทคเลนส์สี (Tinted Contact Lenses) แบ่งออกได้เป็นหลายชนิดตามจุดประสงค์ในการใช้ ได้แก่ ใช้เพื่อความสวยงาม เช่น คอนแทคเลนส์สีแฟชั่น หรือคอนแทคเลนส์บิ๊กอาย ซึ่งมีวางขายตามท้องตลาด โดยคอนแทคเลนส์ชนิดนี้จะต้องระมัดระวังและเลือกใช้ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีคอนแทคเลนส์สีชนิดที่ช่วยกรองแสงยูวี และคอนแทคเลนส์สีที่ช่วยแก้ปัญหาตาบอดสี ซึ่งจะต้องได้รับการแนะนำหรือคำสั่งจากจักษุแพทย์จึงจะสามารถใช้ได้ 


การใส่คอนแทคเลนส์อย่างปลอดภัย

ใครที่ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์
ผู้ที่มีโรคประจำตัวดังต่อไปนี้ ผู้ป่วยโรคผิวหนังที่มีอาการบริเวณหนังตา เปลือกตา ผู้ที่มีอาการตาแห้ง และกระจกตาผิดปกติ ผู้ป่วยโรคไทรอยด์ที่มีอาการตาโปน เพราะตาโปนจะทำให้คอนแทคเลนส์หลุดออกมาได้ง่าย ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ค่อยดี เพราะอาจมีปัญหาคุณภาพน้ำตาได้ ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ที่มีโอกาสเสี่ยงในการแพ้พลาสติกที่ใช้ทำคอนแทคเลนส์หรือน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ได้ ผู้ป่วยที่มีปัญหาในการหยิบจับคอนแทคเลนส์ เนื่องจากอาการป่วย เช่น โรคมือสั่นจากสมอง หรือโรคผิวหนังบริเวณนิ้วหรือเล็บ

การใส่คอนแทคเลนส์ให้ถูกวิธีและปลอดภัย
คอนแทคเลนส์เป็นอุปกรณ์ที่ต้องสัมผัสกับกระจกตา ซึ่งเป็นส่วนที่บอบบางมาก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสวมใส่คอนแทคเลนส์ให้ถูกวิธี ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อที่กระจกตาที่อาจนำมาสู่ปัญหาร้ายแรงได้ โดยวิธีการสวมใส่คอนแทคเลนส์ที่ถูกต้องและปลอดภัยมีดังนี้ เลือกใช้คอนแทคเลนส์ที่เหมาะกับสภาพดวงตา ควรปรึกษาจักษุแพทย์ก่อนใช้ เพื่อตรวจวัดระดับสายตาว่ามีอาการของสายตาสั้น สายตายาว หรือมีสายตาเอียงร่วมด้วยหรือไม่ โดยแพทย์จะทำการตรวจดูลักษณะน้ำตา สภาพลูกตา อาชีพ และกิจกรรมของผู้ใช้ เนื่องจากคอนแทคเลนส์ทุกชนิดมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน เพื่อที่แพทย์จะแนะนำคอนแทคเลนส์ที่เหมาะสมที่สุดได้ สวมคอนแทคเลนส์ในระยะเวลาตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น หากจำวันที่เปลี่ยนคอนแทคเลนส์ไม่ได้ ควรจดบันทึกแจ้งเตือน ไม่ใช้คอนแทคเลนส์ร่วมกับผู้อื่น เพราะอาจทำให้ติดเชื้อรุนแรง ไม่ควรสวมคอนแทคเลนส์สลับข้างกัน ซ้าย-ขวา ไม่ควรนอนหลับขณะที่ยังสวมคอนแทคเลนส์อยู่ เพราะจะทำให้ออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงที่ดวงตาได้ไม่เต็มที่ ไม่ควรให้ปลายของขวดน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์สัมผัสกับสิ่งอื่น ๆ เพราะจะทำให้เกิดการปนเปื้อนได้ สวมแว่นตากันแดดทุกครั้งที่ใส่คอนแทคเลนส์ เพื่อลดอาการแสบตาเนื่องจากขณะสวมคอนแทคเลนส์จะทำให้ดวงตาไวต่อแสง ดูแลดวงตาให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอด้วยการหยอดน้ำตาเทียม หรือสารละลายน้ำเกลือ ควรใส่คอนแทคเลนส์ด้วยปลายนิ้วชี้และก่อนใส่ ควรสังเกตคอนแทคเลนส์ เพื่อป้องกันการใส่คอนแทคเลนส์ผิดด้าน ซึ่งอาจส่งผลให้รู้สึกไม่สบายตา โดยวิธีการสังเกตด้านคอนแทคเลนส์ที่ถูกต้อง คือ จะมีลักษณะคล้ายตัวยู (U) แต่ถ้าหากผิดด้าน รูปทรงของคอนแทคเลนส์จะมีลักษณะแหลม หากรู้สึกระคายเคืองตา ให้ถอดคอนแทคเลนส์ออกในทันที และไม่ควรใส่อีกจนกว่าจะได้พบแพทย์ ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์ขณะว่ายน้ำ การดูแลรักษาดวงตาและคอนแทคเลนส์ให้ถูกต้อง นอกจากการใส่คอนแทคเลนส์ที่ถูกต้องแล้ว การดูแลรักษาดวงตาและคอนแทคเลนส์ก็สำคัญเช่นกัน เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อที่ดวงตาได้ และวิธีการดูแลรักษาที่ถูกต้องมีดังนี้ 

การดูแลรักษาคอนแทคเลนส์
ก่อนหยิบจับคอนแทคเลนส์ทุกครั้ง ควรล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาด และเช็ดมือด้วยผ้าเช็ดมือที่สะอาดเพื่อป้องกันการปนเปื้อน ห้ามแช่หรือล้างคอนแทคเลนส์ในน้ำสะอาดโดยเด็ดขาด หากต้องแต่งหน้า ควรใส่คอนแทคเลนส์ก่อนแต่งหน้าบริเวณดวงตา ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ได้มาตรฐาน หรือตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น จะช่วยยืดอายุการใช้งานของคอนแทคเลนส์และป้องกันการติดเชื้อที่ดวงตาได้ ห้ามใช้น้ำลายเพื่อทำความสะอาดคอนแทคเลนส์หรือทำให้คอนแทคเลนส์ชุ่มชื้น เพราะในน้ำลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ห้ามนำสารละลายน้ำเกลือ หรือน้ำตาเทียมทำความสะอาดคอนแทคเลนส์โดยเด็ดขาด ในขณะทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ ควรถูคอนแทคเลนส์ด้วยปลายนิ้วเบา ๆ เพื่อขจัดเชื้อ หรือสิ่งแปลกปลอม และควรล้างตลับใส่คอนแทคเลนส์ จากนั้นตากให้แห้งเพื่อทำการฆ่าเชื้อ ควรเปลี่ยนตลับคอนแทคเลนส์อย่างน้อยทุก 3 เดือน หากต้องเดินทาง ไม่ควรแบ่งน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ใส่ขวดอื่น ๆ เพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ห้ามใช้น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ที่เก่าเก็บหรือเปิดทิ้งไว้เป็นเวลานานแล้ว อีกทั้งยังควรสังเกตวันหมดอายุของน้ำยาคอนแทคเลนส์ การดูแลรักษาดวงตา คอนแทคเลนส์ (Contact Lens) แม้จะผลิตภัณฑ์แก้ปัญหาสายตายอดนิยมของคนในปัจจุบัน ที่ทั้งสามารถช่วยปรับเปลี่ยนบุคลิกและเพิ่มความคมชัดในผู้มีปัญหาสายตา แต่ผู้ใช้คอนแทคเลนส์ควรรู้หลักในการใช้ที่ถูกต้องและควรรักษาความสะอาดอย่างมาก เพราะการใช้อย่างไม่ระมัดระวังอาจทำให้เกิดผลร้ายแรงถึงขั้นตาบอดได้ ดังนั้น หากเมื่อรู้สึกใส่แล้วมองไม่ชัด มีอาการระคายเคือง หรือมองไม่เห็น เห็นแสงวูบวาบ มีอาการเจ็บตา ดวงตาติดเชื้อ ตาบวม หรือมีอาการแดงผิดปกติ ควรรีบถอดคอนแทคเลน์ออกแล้วรีบไปพบจักษุแพทย์ทันที ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้คอนแทคเลนส์แฟชั่นที่ซื้อจากร้านที่ไม่มีมาตรฐาน และไม่มีการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมอาหารและยา เพราะคอนแทคเลนส์ที่ไม่ได้มาตรฐานอาจเป็นอันตรายจนทำให้ตาบอดได้

ที่มาเนื้อหา : pobpad.com

15 เม.ย. 2556

[ข่าว] ทำไม ห้าม ใส่บิ๊กอายส์ คอนแทคเลนส์ เล่นสงกรานต์

นายแพทย์ฐานปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ จักษุแพทย์เชี่ยวชาญประจำโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี ให้สัมภาษณ์ว่า เทศกาลสงกรานต์ทุกปีมักจะมีผู้ได้รับอันตรายจากการเล่นน้ำเข้ารักษาที่ คลินิกหรือที่โรงพยาบาล ส่วนใหญ่ที่พบบ่อยคือ ตาแดง ตาอักเสบ หูอื้อ จึงขอแนะนำให้เล่นน้ำสงกรานต์อย่างปลอดภัย เล่นอย่างสุภาพ อนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีไทยดั้งเดิม
เนื่องจากปัจจุบันวัยรุ่นส่วนใหญ่ จะมีการเล่นน้ำสงกรานต์กันแบบรุนแรง เช่น ใช้ปืนฉีดน้ำชนิดที่มีแรงดันสูง เสี่ยงเกิดอันตรายจากแรงดันน้ำ โดยน้ำที่จะนำมาเล่นควรเป็นน้ำสะอาด เช่น น้ำประปา น้ำบาดาล ไม่ควรใช้น้ำสกปรก เช่น น้ำในลำคลอง หรือน้ำที่อยู่ริมถนน เนื่องจากน้ำดังกล่าวจะมีสิ่งปนเปื้อน เช่น เชื้อแบคทีเรีย และพยาธิ รวมถึงสารพิษจากสารเคมี หากน้ำที่ไม่สะอาดเข้าสู่ร่างกาย เช่น หากเข้าตาอาจเกิดอาการระคายเคืองตา ทำให้ ตาแดง หรือตาอักเสบรุนแรงอาจถึงขั้นตาบอดได้ หากเข้าปากจะเสี่ยงเป็นโรคอุจจาระร่วง และหากมีการสำลักน้ำที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน เชื้ออาจเข้าสู่ปอดหรือสมอง ทำให้ปอดหรือสมองอักเสบ อาจกลายเป็นผู้พิการได้ และหากเข้าหูอย่างรุนแรง อาจทำให้หูอื้อ
 
นายแพทย์ฐานปนวงศ์กล่าวต่อว่า การใช้ปืนฉีดน้ำ หรือกระบอกฉีดท่อพีวีซีที่มีแรงดันสูง โดยเฉพาะที่สามารถฉีดน้ำไปได้ไกลถึง 4 เมตร นับว่ามีอันตรายมากเนื่องจากแรงดันของน้ำจะเป็นอันตรายต่ออวัยวะที่บอบบาง เช่น ตา ทำให้เกิดอันตราย แก้วตาดำทะลุ เลือดออกช่องม่านตาดำ ทำให้ตามัว และอาจถึงกับตาบอดได้ หากฉีดน้ำเข้าหูจะทำให้แก้วหูทะลุ หรือหูอื้อ โดยผู้ที่ต้องระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ เช่น ผู้ที่ใส่บิ๊กอายส์ คอนแทคเลนส์ ผู้ป่วยที่เคยผ่าตัดต้อกระจก ผู้ที่เป็นต้อหิน เยื่อบุตาขาวอักเสบ ภูมิแพ้ จะเกิดปัญหาได้ง่ายกว่าคนทั่วไป หากจะเล่นน้ำสงกรานต์ คนที่ใส่ใส่บิ๊กอายส์ หรือคอนแทคเลนส์ ควรถอดออกก่อน เพื่อป้องกันเชื้อที่อยู่ในน้ำเข้าตา หรือปัญหาตาแห้ง จากการถูกแสงแดดเป็นเวลานาน จะมีผลทำให้เกิดการระคายเคืองทำให้กระจกตาเป็นแผล และอักเสบได้
 
ในกรณีผู้มีปัญหาทางสายตา หากหลีกเลี่ยงการเล่นสงกรานต์ไม่ได้ ควรสวมใส่แว่นตาชนิดที่มีที่ครอบบริเวณตา แว่นบังลม แว่นที่ใช้ว่ายน้ำ เป็นต้น ซึ่งจะป้องกันไม่ให้น้ำเข้าตาได้โดยตรง ทั้งนี้ ขณะเล่นน้ำสงกรานต์ หากน้ำไม่สะอาดเข้าตาควรรีบล้างด้วยน้ำสะอาดทันที หากมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตาห้ามขยี้ ลืมตาในน้ำและกลอกตาไปมาเพื่อให้สิ่งแปลกปลอมหลุดออก และควรรีบพาไปไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที และหลังเล่นน้ำสงกรานต์ หากมีอาการผิดปกติที่ดวงตาใน 1-3 วัน เช่น ระคายเคือง ตาแดง ตามัว ตาแห้ง เป็นต้น ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อให้การรักษา
 
ที่มา : http://variety.teenee.com/foodforbrain/52054.html

20 ก.ค. 2555

'บิ๊กอาย' ฟีเวอร์ เปลี่ยนสีตาตี่ให้แบ๊วได้ใจ


กระแสกิมจิฟีเวอร์ยังทรงอิทธิพลต่อวัยรุ่นไทย อะไรที่เป็นเกาหลียังคงโกยเงินวัยรุ่นบ้านเราเข้ากระเป๋าได้อีกมากโข สินค้าเกาหลีกำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นบ้านเรา ตอนนี้คงหนีไม่พ้นสินค้าที่มีชื่อว่า บิ๊กอาย (Big Eye) ที่ช่วยให้ตาตี่ ๆ ของเราโตขึ้นทันตาเห็น

พี่วุฒินันท์ อัศวสิริสกุลชัย เจ้าของร้าน BIG EYE OPICAL ห้างยูเนี่ยนมอลล์ บอกว่า บิ๊กอายใส่แล้วทำให้ดวง ตาโตขึ้น ทำให้ตาเปลี่ยนสี ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับคอนแทคเลนส์เท่าไหร่ เพียงแต่ต่างกันที่คนที่ไม่มีปัญหาสายตาก็สามารถใส่ได้ และ บิ๊กอาย ก็จะเน้นแฟชั่นมากกว่า

แม้ว่าเจ้า “บิ๊กอาย”จะผลิตออกมาหลากสีหลายลายให้เลือกซื้อเลือกหา ทว่าตอนนี้สีที่มาแรง แซงโค้งคือ สีเทา ตามติดมาด้วย สีน้ำตาลเข้ม และสีดำ ซึ่งเป็นที่นิยมพอกัน ผิดคาดยิ่งนักที่สาวไทยบ้านเราไม่ค่อยนิยมสวมใส่แบบแฟนซี ! “นานๆ ทีถึงจะมาซื้อ” คุณพี่วุฒินันท์ บอกอีกว่า สาวๆที่อยากจะมีตาโต บ้องแบ๊วเหมือนตุ๊กตา ก็เลือกขนาดเลนส์ได้ตามต้องการ มีทั้งขนาดปกติ เหมาะเจาะกับดวงตาสาวเอเชีย คือขนาด 14 มม.ไปจนใหญ่สุดมิดลูกตาดำ 15.5 มม. สนนราคาเริ่มต้นที่หลักร้อยขึ้นไป

สาวไหนอยากใส่ อยากสวยก็ต้องรับผิดชอบกันหน่อย ยิ่งเรื่องของการรักษาความสะอาดด้วยเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ก่อนซื้อมาใส่ต้องศึกษารายละเอียดให้ถี่ถ้วน

พี่นุช - มณีนุช อุ่นทานนท์ พนักงานร้าน Optic Square ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ บิ๊กอาย ว่า บิ๊กอายจะสัมผัสกับดวงตาของคนเราจึงต้องดูแลรักษาให้ถูกวิธี การดูแลเรื่องบิ๊กอายส์ก็ไม่ยุ่งยากเลย ก็เหมือนคอนแทคเลนส์ทั่วไป ต้องดูแลเรื่องความสะอาด ควรใส่วันหนึ่งไม่เกิน8 -12 ชั่วโมง เวลานอนก็ต้องถอดออก หากใช้หรือดูแลรักษาไม่ถูกวิธีอาจเกิดปัญหาดวงตาติดเชื้อได้


คราวนี้เรามาลองดูความเห็นของสาว ๆ สาวกบิ๊กอายกันมั่ง ว่าทำไมเค้าถึงคลั่งไคล้ใส่บิ๊กอายกันมากมายขนาดนี้ สองสาวจากม.เซนต์จอห์น น้องอุ้มและน้องแอม อายุ 16 ปี โดยน้องอุ้ม บอกกับเราว่า ได้ใส่บิ๊กอายแบบราย 3 เดือน ที่ใส่เพราะรู้สึกว่าสวย และทำให้บุคลิกดี ส่วนตัวชอบเทรนด์แบบเกาหลี ญี่ปุ่นอยู่แล้ว ส่วนวิธีการใช้น้องอุ้มบอกว่า ถ้าจะลงว่ายน้ำก็ถอดออก และไม่กลัวกับข่าวที่ออกมาว่าถ้าใส่บิ๊กอายแล้วทำให้ตาบอด

ด้านน้องแอม บอกว่า ใช้บิ๊กอายแบบรายเดือน และโปรดปรานสีเทาเป็นที่สุด ปกติตนเป็นคนสายตาสั้นแต่ก็ชอบแฟชั่นด้วย เลยเปลี่ยนมาใส่บิ๊กอาย น้องแอมเป็นคนหนึ่งที่เคยมีปัญหาใส่บิ๊กอายแล้วระคายเคือง จึงแก้ไขโดยการซื้อน้ำตาเทียมมาหยอด

เรื่องความสวยมันยอมก้นไม่ได้จริง ๆ ถึงแม้จะต้องยอมอดค่าขนมเอาเงินมาซื้อบิ๊กอาย น้อง ๆ ก็ยอมทุ่มสุดตัว แต่อย่าห่วงสวยจนละเลยเรื่องความปลอดภัยแล้วกัน...!!!

เฉลิมเกียรติ สระทองแดง
สุรีนันท์ หาพุฒพงษ์

ที่มา : campus.sanook.com

[Youtube] ข่าวเช้าวันใหม่ 9 กรกฎาคม 2555 : มหันตภัยบิ๊กอายส์

สาวอายุ แค่ 18 ไปหาซื้อ บิ๊กอายส์ใส่เอง ใส่แค่วันเดียวมีอาการเคืองตา จึงขยี้ตา จนเกิดแผลและติดเชื้อ หากไปพบหมอช้านิดเดียว ตามีสิทธิบอด


จักษุแพทย์ รพ.พระนั่งเกล้า เปิดเผยว่า โดยปกติคอนแทคเลนส์มาตรฐานจะมีขนาดมาตรฐานทางการแพทย์ คือเส้นผ่าศูนย์กลาง 13.5-14.5 มิลลิเมตร ส่วนบิ๊กอายส์จะมีขนาดตั้งแต่ 15-19 มิลลิเมตร ซึ่งใส่แล้วจะทำให้ดวงตาคับแน่น และผู้ใส่จะเกิดอาการไม่สบายตาต้องขยี้ตาบ่อยๆ เป็นผลให้เกิดแผลถลอกที่กระจกตาดำ และเชื้อโรคอาจเข้าไปทำให้เกิดการอักเสบเป็นแผลที่กระจกตาดำทำให้ตาบอดได้

13 ก.ค. 2555

[ข่าว] มหันตภัยบิ๊กอายส์ โจ๋สาว18 ใส่แค่วันเดียวตาดำติดเชื้อหวิดบอด


จักษุแพทย์เตือนสาวอยากตาโตด้วย "บิ๊กอายส์" ต้องระวัง หลังพบคนไข้สาววัย 18 ซื้อมาใส่เอง แค่วันเดียวได้เรื่อง ตาหวิดบอด เพราะเกิดอาการระคายเคืองแล้วเผลอขยี้ตาจนกระจกตาดำเป็นแผลติดเชื้อแบคทีเรียกัดกินกระจกตาดำเกือบทะลุ โชคดีมาพบแพทย์ทัน แต่ต้องตามัว มองไม่ชัดไปตลอดชีวิต เพราะเกิดแผลเป็นที่ตาดำ ได้แต่เตือนอยากสวยด้วยบิ๊กอายส์ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ปัญหาของสาวอยากมีดวงตาโตกว่าเดิม แต่กลับส่งผลร้ายต่อสุขภาพในครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ จักษุแพทย์ รพ.พระนั่งเกล้า เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ว่า ปัจจุบันยังพบว่า วัยรุ่นผู้หญิงยังนิยมใส่คอนแทคเลนส์ตาโต หรือบิ๊กอายส์ ซึ่งเป็นเลนส์ที่ไม่ใช่เลนส์สายตา แต่เป็นเลนส์เพื่อความสวยงาม เปลี่ยนสีตา ขยายขนาดของตาดำ เพราะต้องการเลียนแบบดารา นักร้อง นางแบบ อยากสวยอยากงาม ทั้งๆที่การใช้บิ๊กอายส์ หรือแม้กระทั่งคอนแทคเลนส์ที่เป็นเลนส์สายตา ล้วนเสี่ยงอันตรายทั้งสิ้น เพราะอย่าลืมว่าคอนแทคเลนส์เป็นสิ่งแปลกปลอม และเมื่อต้องสัมผัสกับกระจกตาโดยตรงและเป็นเวลานาน หากคอนแทคเลนส์สกปรกจะทำให้เกิดการติดเชื้อที่กระจกตาและอาจลุกลามถึงขั้นตาบอดได้ภายใน 2 วัน ทั้งนี้ ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยจากการใส่คอนแทคเลนส์ และบิ๊กอายส์มารักษาที่ รพ.พระนั่งเกล้าอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2555 พบ 2 ราย โดยรายล่าสุดเข้ามารักษาที่ รพ.พระนั่งเกล้า เมื่อประมาณวันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมา


นพ.ฐาปนวงศ์ กล่าวถึงผู้ป่วยรายล่าสุดว่า เป็นหญิงอายุ 18 ปี ไปซื้อบิ๊กอายส์ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งแถวบางลำภู นำมาใส่เมื่อช่วงเช้าวันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมา แต่พอใส่แล้วที่ตาขวามีอาการแสบตา ระคายเคือง น้ำตาไหลต่อเนื่อง แล้วไปขยี้ตาและถอดบิ๊กอายส์ออก ต่อมาช่วงเย็นมีอาการบวม จึงเข้ามาพบแพทย์ที่ รพ.พระนั่งเกล้าเมื่อตรวจพบว่าผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณกระจกตาดำข้างขวา โดยเชื้อแบคทีเรียได้กัดกินบริเวณกระจกตาดำมีแนวยาว 5 มิลลิเมตร และลึกลงไปประมาณ 1 มิลลิเมตร จนเกือบทะลุกระจกตาดำ ซึ่งโชคดีมากที่มารักษาทัน เพราะหากมาช้า 1 วัน ตาบอดแน่นอน ส่วนเชื้อแบคทีเรียที่พบนั้นชื่อว่า ซูโดโมแนส ออรูจิโนซ่า (Pseudomonas aeruginosa) เป็นเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ตามสภาพแวดล้อมทั่วไป ซึ่งหากมีบาดแผลแล้วติดเชื้อแบคทีเรียดังกล่าว จะมีอันตรายมาก อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยรายนี้โชคดีที่มาพบแพทย์ได้ทันทำให้ตาไม่บอด แต่เมื่อรักษาจนหายแล้วจะเกิดแผลเป็นที่ตาดำ ส่งผลให้เวลามองแล้วจะไม่ชัดเหมือนคนปกติ

จักษุแพทย์ รพ.พระนั่งเกล้า กล่าวต่อไปว่า คอนแทคเลนส์มาตรฐานจะมีขนาดมาตรฐานทางการแพทย์ คือ เส้นผ่าศูนย์กลาง 13.5 - 14.5 มิลลิเมตร ส่วนบิ๊กอายส์จะมีขนาดตั้งแต่ 15 - 19 มิลลิเมตร ซึ่งใส่แล้วจะทำให้ดวงตาคับแน่น และผู้ใส่จะเกิดอาการไม่สบายตาต้องขยี้ตาบ่อยๆ เป็นผลให้เกิดแผลถลอกที่กระจกตาดำ และเชื้อโรคอาจเข้าไปทำให้เกิดการอักเสบเป็นแผลที่กระจกตาดำทำให้ตาบอดได้ ขณะเดียวกันหากใส่เป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการเยื่อบุตาขาวอักเสบ จากการแพ้เรื้อรัง ทำให้เยื่อบุตาขาวแห้งและอาจทำให้กระจกตาอักเสบ เกิดเป็นโรคตาแห้งคือเยื่อบุตาขาวแห้ง โดยถาวร เกิดอาการตาผ่าวร้อน แพ้งแสง ซึ่งจะเกิดความรำคาญแก่ดวงตาไปตลอดชีวิต ขอเตือนว่าการใช้คอนแทคเลนส์ไม่ว่าชนิดใดก็ตาม ควรศึกษาและปฎิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ รวมทั้งต้องดูแลรักษาอย่างเคร่งครัด ต้องเก็บรักษาในน้ำยาแช่คอนแทคเลนส์ โดยเฉพาะและปิดฝาให้สนิท เปลี่ยนน้ำยาแช่เลนส์ทุกครั้งที่ใช้ ไม่ใช้น้ำยาแช่เลนส์ซ้ำๆ ห้ามล้างคอนแทคเลนส์ด้วยน้ำประปา เนื่องจากสารคลอรีนอาจทำให้เลนส์เสื่อมสภาพ และต้องล้างมือให้สะอาด ก่อนสัมผัสคอนแทคเลนส์ทุกครั้ง

ด้าน นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ได้รับแจ้งมาจาก นพ.ฐาปนวงศ์จึงส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบจุดที่ผู้ป่วยระบุว่าไปซื้อบิ๊กอายส์ พบว่าเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งเมื่อสอบถามกลับไปยังผู้ป่วยพบว่า ไปซื้อบิ๊กอายส์มาเก็บไว้นานแล้วจึงนำมาใส่ การใส่บิ๊กอายส์หรือคอนแทคเลนส์ หากเกิดการระคายเคืองดวงตาให้รีบพบแพทย์ทันที และโดยปกติแล้วการใส่บิ๊กอายส์หรือคอนแทคเลนส์จะต้องปรึกษาแพทย์ก่อน โดยในปัจจุบันมีบิ๊กอายที่ได้รับอนุญาตจากทาง อย. เพียง 2 - 3 ยี่ห้อเท่านั้น ซึ่งประชาชนสามารถโทร.มาสอบถามได้ที่เบอร์สายด่วน อย. โทร 1556


ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

12 ก.ค. 2555

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวิธีทำความสะอาดคอนแทคเลนส์

ความสะอาดของคอนแทคเลนส์เป็นสิ่งสำคัญมาก นึกดูว่าเพียงแค่มีเศษผงเล็กๆ เข้าตา ยังทำให้แสบตาจนน้ำตาไหล แต่คอนแทคเลนส์ต้องสัมผัสติดกับดวงตาโดยตรงเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน หากสะอาดไม่เพียงพอ จะมีผลเสียต่อดวงตา มากมายเพียงใด

การทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ มีคนจำนวนมากเข้าใจผิดว่าใช้วิธีแช่เพียง อย่างเดียวก็ได้ เพราะข้อความ No Rub ในคำแนะนำการใช้ข้างกล่องคอนแทคเลนส์ ไม่ได้แปลว่าห้ามถู ความจริงแล้วแปลว่า ไม่ต้องถูก็พออนุโลมได้

มีรายงานวิจัยบอกว่า การถูอย่างเดียวลดเชื้อโรคได้ 95% ส่วนเชื้อโรคที่เหลือ5% น้ำยาแช่สามารถกำจัดได้ นากจากนี้ การถูยังช่วยลดคราบจุลินทรีย์(Biofilm) ที่เกาะผิวเลนส์ได้ด้วย ดังนั้น การทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ที่ถูกต้อง คือ ต้องถูด้วยน้ำยาทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ แล้วจึงแช่เลนส์นั้นในน้ำยาแช่คอนแทคเลนส์

อีกเรื่องที่เข้าใจผิดกันมาก คือ การแช่เลนส์ไว้ในน้ำเกลือช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ ความจริงแล้ว น้ำเกลือไม่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ แต่น้ำเกลือจะทำให้เชื้อโรคโตเร็วขึ้น แทนที่จะฆ่าเชื้อ กลายเป็นเพาะเชื้อตลอด 8-10 ชั่วโมงที่เราไม่ได้ใส่เลนส์ การใช้น้ำเกลือที่ถูกต้อง คือ ใช้น้ำเกลือในการล้างน้ำยาที่ใช้ฟอกถูเลนส์ ในรายที่เซ้นสิทีฟกับน้ำยาฆ่าเชื้อโรค หรือใช้น้ำเหลือในการล้างทิ้ง

หากใช้และดูแลผิดวิธีคอนแทคเลนส์จะเป็นอันตรายต่อดวงตา ก่อนใช้ควรรับคำแนะนำจากจักษุแพทย์และศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วน หากมีปัญหาควรหยุดใช้แล้วพบจักษุแพทย์ทันที


ที่มา : สำนักหอสมุดกลางมหาวิทยาลัยรามคำแหง

10 ก.ค. 2555

[ข่าว] มหันตภัย 'บิ๊กอายส์' โจ๋สาว 18 ตาดำติดเชื้อหวิดบอด

จักษุแพทย์เตือนสาวอยากตาโตด้วย “บิ๊กอายส์” ต้องระวัง หลังพบคนไข้สาววัย 18 ซื้อมาใส่เอง แค่ วันเดียวได้เรื่อง ตาหวิดบอด เพราะเกิดอาการระคายเคืองแล้วเผลอขยี้ตาจนกระจกตาดำ เป็นแผลติดเชื้อแบคทีเรียกัดกินกระจกตาดำเกือบทะลุ โชคดีมาพบแพทย์ทัน แต่ต้องตามัว มองไม่ชัดไปตลอดชีวิต เพราะเกิดแผลเป็นที่ตาดำ ได้แต่เตือนอยากสวยด้วยบิ๊กอายส์ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ปัญหาของสาวอยากมีดวงตาโตกว่าเดิม แต่กลับส่งผลร้ายต่อสุขภาพในครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ จักษุแพทย์ รพ.พระนั่งเกล้า เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ว่า ปัจจุบันยังพบว่าวัยรุ่นผู้หญิงยังนิยมใส่คอนแทคเลนส์ตาโต หรือ บิ๊กอายส์ ซึ่งเป็นเลนส์ที่ไม่ใช่เลนส์สายตา แต่เป็นเลนส์เพื่อความสวยงาม เปลี่ยนสีตา ขยายขนาดของตาดำ เพราะต้องการเลียนแบบดารา นักร้อง นางแบบ อยากสวยอยากงาม ทั้งๆที่การใช้บิ๊กอายส์ หรือแม้กระทั่งคอนแทคเลนส์ที่เป็นเลนส์สายตา เสี่ยงอันตรายทั้งสิ้น เพราะอย่าลืมว่าคอนแทคเลนส์เป็นสิ่งแปลกปลอม และเมื่อต้องสัมผัสกับกระจกตาโดยตรงและเป็นเวลานาน หากคอนแทคเลนส์สกปรกจะทำให้เกิดการติดเชื้อที่กระจกตาและอาจลุกลามถึงขั้นตาบอดได้ภายใน 2 วัน ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีผู้ป่วยจากการใส่คอนแทคเลนส์ และบิ๊กอายส์มารักษาที่ รพ.พระนั่งเกล้า อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2554 มีประมาณ 20 รายส่วนในปี 2555 พบ 2 ราย โดยรายล่าสุดเข้ามารักษาที่ รพ.พระนั่งเกล้า เมื่อประมาณวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา

นพ.ฐาปนวงศ์กล่าวถึงผู้ป่วยรายล่าสุดว่าเป็นหญิงอายุ 18 ปี ไปซื้อบิ๊กอายส์ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งแถวบางลำภู นำมาใส่เมื่อช่วงเช้าวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่พอใส่แล้วที่ตาขวามีอาการแสบตา ระคายเคือง น้ำตาไหลต่อเนื่อง แล้วไปขยี้ตา และถอดบิ๊กอายส์ออก ต่อมาช่วงเย็นมีอาการตาบวม จึงเข้ามาพบแพทย์ที่ รพ.พระนั่งเกล้า เมื่อตรวจพบว่าผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณกระจกตาดำข้างขวา โดยเชื้อแบคทีเรียได้กัดกินบริเวณกระจกตาดำมีแนวยาว 5 มิลลิเมตรและลึกลงไปประมาณ 1 มิลลิเมตร จนเกือบทะลุกระจกตาดำ ซึ่งโชคดีมากที่มารักษาทัน เพราะหากมาช้า 1 วัน ตาบอดแน่นอน ส่วนเชื้อแบคทีเรียที่พบนั้น ชื่อว่า ซูโดโมแนส ออรูจิโนซ่า (Pseudomonas aeruginosa) เป็นเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ตามสภาพแวดล้อมทั่วไป ซึ่งหากมีบาดแผลแล้วติดเชื้อแบคทีเรียดังกล่าว จะมีอันตรายมาก อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยรายนี้โชคดีที่มาพบแพทย์ได้ทันทำให้ตาไม่บอด แต่เมื่อรักษาจนหายแล้วจะเกิดแผลเป็นที่ตาดำ ส่งผลให้เวลามองแล้วจะไม่ชัดเหมือนคนปกติ


จักษุแพทย์ รพ.พระนั่งเกล้า กล่าวต่อไปว่าคอนแทคเลนส์มาตรฐานจะมีขนาดมาตรฐานทางการแพทย์ คือเส้นผ่าศูนย์กลาง 13.5-14.5 มิลลิเมตร ส่วนบิ๊กอายส์จะมีขนาดตั้งแต่ 15-19 มิลลิเมตร ซึ่งใส่แล้วจะทำให้ดวงตาคับแน่น และผู้ใส่จะเกิดอาการไม่สบายตาต้องขยี้ตาบ่อยๆ เป็นผลให้เกิดแผลถลอกที่กระจกตาดำ และเชื้อโรคอาจเข้าไปทำให้เกิดการอักเสบเป็นแผลที่กระจกตาดำทำให้ตาบอดได้ ขณะเดียวกันหากใส่เป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการเยื่อบุตาขาวอักเสบจากอาการแพ้เรื้อรัง ทำให้เยื่อบุตาขาวแห้งและอาจทำให้กระจกตาอักเสบ เกิดเป็นโรคตาแห้งคือเยื่อบุตาขาวแห้งโดยถาวร เกิดอาการตาผ่าวร้อน แพ้แสง ซึ่งจะเกิดความรำคาญแก่ดวงตาไปตลอดชีวิต ขอเตือนว่าการใช้คอนแทคเลนส์ไม่ว่าชนิดใดก็ตาม ควรศึกษาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ รวมทั้งต้องดูแลรักษาอย่างเคร่งครัด ต้องเก็บรักษาในน้ำยาแช่คอนแทคเลนส์โดยเฉพาะและปิดฝาให้สนิท เปลี่ยนน้ำยาแช่เลนส์ทุกครั้งที่ใช้ ไม่ใช้น้ำยาแช่เลนส์ซ้ำๆห้ามล้างคอนแทคเลนส์ด้วยน้ำประปา เนื่องจากสารคลอรีนอาจทำให้เลนส์เสื่อมสภาพ และต้องล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสคอนแทคเลนส์ทุกครั้ง

ด้าน นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า ได้รับแจ้งมาจากนพ.ฐาปนวงศ์จึงส่งเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบจุดที่ผู้ป่วยระบุว่าไปซื้อบิ๊กอายส์ พบว่าเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งเมื่อสอบถามกลับไปยังผู้ป่วยพบว่าไปซื้อบิ๊กอายส์มาเก็บไว้นานแล้วจึงนำมาใส่ การใส่บิ๊กอายส์หรือคอนแทคเลนส์ หากเกิดการระคายเคืองดวงตาให้รีบพบแพทย์ทันที และโดยปกติแล้วการใส่บิ๊กอายส์หรือคอนแทคเลนส์จะต้องปรึกษาแพทย์ก่อน โดยในปัจจุบันมีบิ๊กอายส์ที่ได้รับอนุญาตจากทาง อย. เพียง 2-3 ยี่ห้อเท่านั้น ซึ่งประชาชนสามารถโทร.มาสอบถามได้ที่เบอร์สายด่วน อย. โทร.1556

3 มิ.ย. 2555

ตรวจสอบรายชื่อคอนแทคเลนส์ หรือบิ๊กอาย ที่ได้รับ อย.ไทย แล้ว


ปัจจุบันคอนแทคเลนส์แฟชั่น อาทิ บิ๊กอาย หรือคอนแทคเลนส์สีสันต่างๆ มีขายกันทั่วไปตามท้องตลาด รวมไปถึงการซื้อขายทางอินเตอร์เน็ต ทำให้คอนแทคเลนส์ประเภทนี้หาซื้อได้ง่ายมากขึ้น และอันตรายต่อผู้ใช้มากขึ้นด้วยเช่นกัน

อย.
นอกจากราคาที่ถูกแล้ว ร้านค้าหลายร้านมักอ้างว่า สินค้าของตนเองได้มาตรฐาน ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ โดยหยิบยกคำว่า "อย." มาใช้เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ ทำให้ผู้บริโภคหลายรายซื้อพากันหลงเชื่อ และซื้อสินค้าที่เป็นอันตรายอย่างไม่รู้ตัว

ในที่นี้เราจจะพูดถึง คอนแทคเลนส์ที่ได้รับ อย.ไทย ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากในเว็บไซต์ของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตามลิ๊งค์ด้านล่างนี้เรย

"ตรวจสอบรายชื่อคอนแทคเลนส์ที่มี อย. "

ทั้งนี้ วิธีตรวจสอบเบื้องต้นคือ ให้สังเกตุฉลากข้างขวดคอนแทคเลนส์ จะต้องมีเลข อย. ระบุชัดเจน หรือสามารถโทรสอบถาม สายด่วย อย. ได้ที่เบอร์โทร. 1556


วิธีใช้น้ำยาแช่คอนแทคเลนส์

contact lens solution
วิธีการใช้น้ำยาแช่คอนแทคเลนส์ (Contact Lens Solution)
  1. ทำความสะอาดตลับแช่คอนแทคเลนส์ และฝาตลับแช่เลนส์ด้วยน้ำยาแช่คอนแทคเลนส์
  2. ล้างมือ และเช็ดให้แห้งด้วยผ้าที่สะอาดก่อนสัมผัสคอนแทคเลนส์
  3. เริ่มต้นด้วยตาข้างใดข้างหนึ่งเสมอ เพื่อป้องกันการสลับข้าง
  4. ถอดคอนแทคเลนส์วางบนฝ่ามือ หยดน้ำยาแช่คอนแทคเลนส์ ประมาณ 3 หยดบนคอนแทคเลนส์ทั้ง 2 ด้าน
  5. ถูคอนแทคเลนส์เบาๆ ในแนวตั้ง ขึ้น-ลง ข้างละ 10 วินาที เพื่อชะล้างเลนส์ด้วยน้ำยาแช่ คอนแทคเลนส์ โดยใช้นิ้วชี้ และนิ้วหัวแม่มือ ถูเลนส็ไปมา และบีบน้ำยาผ่านเลนส์
  6. เติมน้ำยาแช่ คอนแทคเลนส์ ให้เต็มตลับแช่คอนแทคเลนส์ และใส่คอนแทคเลนส์ลงไป ปิดฝาให้แน่น (ทำซ้ำกับคอนแทคเลนส์อีกข้าง)
  7. แช่คอนแทคเลนส์อย่างน้อย 4 ชั่วโมง หลังจากนั้น เลนส์ก็จะสะอาด และสามารถใส่เข้าตาได้

ข้อควรระวัง
  1. ควรเปลี่ยนน้ำยาใหม่ทุกครั้ง ห้ามนำน้ำยาที่ใช้แล้วมาใช้ซ้ำอีก
  2. อย่าแตะปากขวดเพราะอาจจะทำให้น้ำยาสกปรกได้
  3. ปิดฝาขวดให้สนิทเมื่อไม่ใช้
  4. เก็บน้ำยาที่อุณหภูมิห้อง ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส เลี่ยงความร้อน
  5. ใช้น้ำยาก่อนวันหมดอายุ
  6. ไม่ใช้น้ำยาล้างจากขวดที่เปิดใช้งานนานเกิน 6 เดือน
  7. เก็บให้พ้นมือเด็ก
  8. ห้ามใช้กับการฆ่าเชื้อระบบใช้ความร้อน

สิ่งที่ต้องทำหากจะใส่คอนแทคเลนส์


วัยรุ่นทุกคนที่จะเริ่มใส่คอนแทคเลนส์ควรจะต้องตรวจสภาพดวงตาก่อนใส่คอนแทคเลนส์เป็นครั้งแรกในชีวิต เพราะอยากจะให้ผ่านการแนะนำจากหมอตาว่า วิธีใส่คอนแทคเลนส์ที่ถูกต้องทำอย่างไร เช็กสภาพดวงตาว่า อยู่ในสภาพที่แพ้ง่ายหรือเปล่า มีโรคตาหรือไม่ เพราะมีบุคคลที่ไม่เหมาะสมที่จะใส่คอนแทคเลนส์ตั้งแต่ต้นแล้ว

สิ่งที่ต้องทำหากจะใส่คอนแทคเลนส์ คือ
1. ควรจะตรวจสภาพตาก่อน
2. เลือกใช้คอนแทคเลนส์ที่เหมาะสมกับตัวเอง
3. ดูแลรักษาคอนแทคเลนส์ให้ถูกต้อง
4. ควรจะมีน้ำตาเทียมไว้หล่อลื่นในดวงตา ต้องพกติดตัว มันจะช่วยชะล้างสิ่งแปลกปลอมได้ในระดับหนึ่ง ไม่ทำให้คอนแทคเลนส์ดูดกับดวงตา ทำให้กระจกตาไม่ขาดอ็อกซิเจนจนเกินไป ไม่มีผิวลอกถลอก

ขอแนะนำ
ตอนเช้าควรล้างคอนแทคเลนส์ด้วยน้ำเกลือ ล้างเยอะๆ ก่อนใส่เข้าไปในตา เพราะน้ำเกลือไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองตา ขณะเดียวกันหลังจากถอดคอนแทคเลนส์แล้ว ควรใช้น้ำยา Multi-Purpose ล้างเมือก สิ่งสกปรก และแช่คอนแทคเลนส์ในน้ำยา Multi-Purpose เพื่อป้องกันการติดเชื้อ


ปัจจุบันเรามักจะได้ยินได้อ่านข่าวตาติดเชื้อจากคอนแทคเลนส์บ่อยครั้ง ทั้งนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหลายคนที่ใส่คอนแทคเลนส์มานานแล้ว มากกว่า50% กลับไม่รู้วิธีใส่คอนแทคเลนส์อย่างถูกวิธี และใช้ผิดมาโดยตลอด ซึ่งจะส่งผลเสียในระยะยาวกับดวงตา ทำให้ตาแห้งมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น เกิดจากการใส่คอนแทคเลนส์ไปนานๆ แล้วไม่ได้หยอดน้ำตาเทียม ผิวกระจกตาจึงถลอก แห้ง พอถลอกแล้วจะทำให้เชื้อโรคที่คอนแทคเลนส์เกาะผิวกระจกตาที่เป็นแผล ทำให้เกิดการติดเชื้อ และเชื้อโรคที่มากับคอนแทคเลนส์มันจะไม่ใช่เชื้อโรคที่พบตามผิวหนังทั่วไป เพราะเชื้อโรคทั่วๆไปจะโดนน้ำยาฆ่าเชื้อทำลายไปหมดแล้ว จะเหลือก็เเต่เชื้อโรคที่เป็นอันตรายทั้งนั้น เพราะมันสามารถหลุดรอดการฆ่าเชื้อเข้ามาได้ มันจะทำให้ภายในแค่คืนเดียว ตาเป็นหนอง ติดเชื้ออย่างรุนแรงได้เลยทีเดียว

ดังนั้น การที่ปล่อยให้ตาแห้งนานๆ จนเยื่อบุตาอักเสบ เพราะความแห้ง ความอักเสบของเยื่อบุตา จะทำให้เกิดการหายไปของเซลล์ที่ผลิตน้ำตา กล่าวคือ เซลล์ที่ผลิตน้ำตามันจะอยู่ที่เยื่อบุตา พอเยื่อบุตาอักเสบ เซลล์ที่ผลิตน้ำตาจะลดน้อยลง ตาก็จะแห้งในที่สุด ยิ่งปล่อยให้ตาแห้ง จะทำให้เกิดมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าหยอดน้ำตาเทียมมันจะยับยั้งไม่ให้ตาแห้งมากได้ ดังนั้นควรมีติดกระเป๋าไว้เหมือนอาวุธคู่กาย แม้แต่คนที่ไม่ใส่คอนแทคเลนส์ก็ตาม ควรพกไว้เช่นกัน น้ำตาเทียมจะช่วยดูแลดวงตาของเรา เหมือนที่สาวๆ มักถนอมผิวหนังด้วยการทาโลชั่นปกป้องผิวแห้งกร้าน

27 พ.ค. 2555

คอนแทคเลนส์กับบิ๊กอาย มันต่างกันหรือป่าว ?

สาวๆที่คิดจะใส่เจ้าบิ๊กอายหลายคนมักสงสัยว่า เจ้าบิ๊กอายกับคอนแทคเลนส์ เหมือนกันหรือต่างกัน วันนี้เราจะมาอธิบาย ไขข้อข้องใจปัญหานี้กันค่ะ

คำตอบก็ง่ายแสนง่าย บิ๊กอายกับคอนแทคเลนส์นั้นแตกต่างกันค่ะ หากมองด้วยหลายๆเหตุผลหลายๆประการ เช่น จุดประสงค์ในการใช้งาน หรือรูปลักษณ์ ลักษณะของมัน แต่ก็ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า หากพูดถึงคอนแทคเลนส์ ในปัจจุบันก็มีหลายประเภทเช่นกัน เช่น คอนแทคเลนส์แฟชั่นที่มีสีสันต่างๆกัน แต่ในที่นี้จะขอพูดถึงคอนแทคเลนส์ประเภทใช้แทนแว่นตา สำหรับผู้ที่มีสายตาสั้น-ยาว

หากมองในแง่ความจำเป็นแล้ว
คอนแทคเลนส์ .. จำเป็น
บิ๊กอาย .. ไม่จำเป็น

หาเปรียบเป็นแว่นตา ก็เหมือนแว่นตาที่มีแว่นสายตาเพื่อใช้แก้ไขปัญหาทางสายตาสั้นยาวจริงๆ กับแว่นตาแฟชั่น มีไว้ใส่ให้สวยงาม ปรับเปลี่ยนลุคเท่านั้น ส่วนคอนแทคธรรมดา ก็ใส่เพื่อความสะดวกสบายในการทำกิจกรรมต่างๆแทนแว่นตา สำหรับคนที่มีสายตาสั้นและยาว

ความเป็นจริงแล้ว บิ๊กอาย เกิดมาเพื่อความสวยงามหรือใส่เป็นแฟชั่นเป็นหลัก ซึ่งเมื่อใส่บิ๊กอาย ดวงตาดำของคุณก็จะดูโตและใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ทำให้บิ๊กอายเป็นที่นิยมของสาวๆ ตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงคนทำงานที่ต้องการให้ดวงตามีสีสัน กลมโต ตามแฟชั่นดารานักร้องเกาหลี ซึ่งมีหลากหลายสี ทั้งสีดำ น้ำตาล ม่วง เขียว เทา รวมไปถึงลวดลายแปลกๆ อย่างลายเพชร หรือตารางหมากรุก ปัจจุบันบิ๊กอาย ได้ถูกพัฒนาให้ผู้ที่มีสายตาสั้น สายตายาวใส่ได้เช่นกัน โดยจะมีค่าสายตาต่างๆให้เลือก ปัจจุบันหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดไม่จำกัดแค่เพียงการซื้อขายในร้ายสายตาเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นท้องตลาด แผงลอย หรือแม้แต่เว็บไซต์ก็สามารถหาซื้อได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ในราคาตั้งแต่ ๕๐ ไปจนถึง ๕๐๐ บาท นอกจากราคาที่ถูกแล้วบางร้านยังมีการโฆษณาอายุการใช้งานที่ยาวนานถึง ๑ ปีอีกด้วย


ก่อนและหลังใส่ บิ๊กอาย
ภาพก่อนและหลังใส่บิ๊กอาย

21 พ.ค. 2555

วิธีตรวจสอบว่าเลนส์ GEO เป็นของแท้หรือปลอมด้วยรหัส Anti-Fake

เป็นที่ทราบกันดีว่า คอนแทคเลนส์ยี่ห้อ GEO นั้น ได้รับความนิยมมาก พอนิยมมาก ก็เริ่มมีคนก๊อปปี้สินค้าออกมาจำหน่าย ซึ่งตัวก๊อปปี้ที่ว่านี้ ก็คือเจ้าเลนส์ที่มีคนใส่แล้วตาบอดตามที่เป็นข่าวกันนี่แหละค่ะ

ทีนี้เราจะทราบได้อย่างไรว่า ร้านไหนขายของแท้หรือก๊อป?
ในช่วงแรกนั้น GEO ยังไม่มีแผนรับมือเรื่องนี้ แต่ในตอนนี้ GEO ได้เปิดตัวระบบ Anti-Fake หรือระบบป้องกันของเทียม ซึ่งมาในรูปของสติ๊กเกอร์และรหัสลับที่จูนจะพูดถึงต่อไปนี้ค่ะ
-->
1. นี่คือหน้าตาของสติ๊กเกอร์ Anti-Fake จาก GEO ค่ะ เจอร้านไหนที่แปะสติ๊กเกอร์นี้ก็มั่นใจได้เลยว่า เป็นของแท้แน่นอน!
เลนส์ GEO เป็นของแท้หรือปลอม


2. นี่คือเครื่องมือสำหรับค้นหารหัสลับ ...ก็เหรียญบาทบ้านเรานี่เอง (ใครทุนหนาจะใช้เหรีญ 10 ก็ไม่ว่านะคะ)

เลนส์ GEO เป็นของแท้หรือปลอม


3. ขูดตรงส่วนที่เป็นสีเทาในสติ๊กเกอร์เบาๆด้วยเหรียญ

เลนส์ GEO เป็นของแท้หรือปลอม


4. ขูดเสร็จแล้วจะได้รหัสลับ

เลนส์ GEO เป็นของแท้หรือปลอม


5. เอารหัสที่ได้ ไปตรวจสอบในเว็บ Anti-Fake ของ GEO ซึ่งมีระบุอยู่บนตัวสติ๊กเกอร์ หรือคลิก ที่นี่ ก็ได้จ้า
เลนส์ GEO เป็นของแท้หรือปลอม

ที่มา : Favlens

วิธีเลือกสีคอนแทคเลนส์อย่างง่ายๆ

คำถามนี้จะไม่เป็นคำถามที่ตอบยากเลย หากเรารู้ว่าตัวเรานั้นมีบุคลิกกาพแบบไหน เช่น ถ้าสีของดวงตาโดยธรรมชาติของเราเป็นสีน้ำตาล ก็ควรเลือกคอนแทคเลนส์ในสีม่วง, สีเขียว หรือสีฟ้า เป็นต้น

อีกข้อหนึ่งที่ควรสังเกตุก็คือ สีผิว สีผม และสีดวงตา หากโดยธรรมชาติเป็นสีโทนเย็น, สีโทนแดง, สีน้ำเงิน ควรเลือกคอนแทคเลนส์สีโทนอุ่น เช่น สีน้ำตาลอ่อน แต่สำหรับคนผิวคล้ำถึงผิวดำ อาจจะเลือกคอนแทคเลนส์ที่มีสีโทนสว่างขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม การใส่คอนแทคเลนส์นั้น เราควรใส่ใจเรื่องความสะอาดเป็นอันดับที่ 1 ควรล้างมือถูสบู่ทุกครั้ง ทั้งก่อนสัมผัสกับคอนแทคเลนส์และก่อนใส่คอนแทคเลนส์ ส่วนการทำความสะอาดคอนแทคเลนส์นั้น เราควรล้างคอนแทคเลนส์เสียก่อน แล้วนำไปแช่ประมาณ 8 ชั่วโมง เมื่อต้องการจะใส่ก็ให้ทำความสะอาดควรล้างอีกสักครั้ง

สำหรับเพื่อนๆ ที่เป็นคนตาแห้งก็สามารถใช้น้ำตาเทียมหยอดเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวง ตา แต่ถ้าตาแห้งมากก็ไม่ควรใส่เพราะคอนแทคเลนส์อาจจะทำให้เกิดการระคายเคือง ตา และในระยะยาวอาจส่งผลทำให้เนื้อเยื่อตาอักเสบได้

ข้อแนะนำในการเลือกคอนแทคเลนส์สำหรับมือใหม่
- หากเป็นไปได้ ควรลองใส่คอนแทคเลนส์ หรือ Big eye ชนิดนั้นๆ ดูก่อนว่ามีอาการระคายเคืองหรือเปล่า
- ควรถอดคอนแทคเลนส์ออกมาล้างทุกครั้ง
- ห้ามใส่คอนแทคเลนส์เวลานอนเด็ดขาด (ขอเตือนว่าอันตรายมาก)
- ห้ามแช่คอนแทคเลนส์โดยไม่ได้ล้างก่อน
- ห้ามใส่คอนแทคเลนส์เกินอายุการใช้งานที่ระบุไว้
- เมื่อใส่คอนแทคเลนส์แล้วเกิดอาการระคายเคือง มีเส้นแดงๆ ปวดตา ฯลฯ ควรรีบพบแพทย์โดยทันที

ดวงตาของเรานั้นมีเพียงคู่เดียว รักษาให้ดีในตอนนี้เพื่อจะได้มีดวงตาคู่สวยไปนานๆ จะว่าไปแล้วการใส่คอนแทคเลนส์ก็ไม่ได้น่ากลัวมากมายอย่างที่คิดใช้ไหมคะ เพียงแค่เราใช้อย่างถูกวิธี เลือกใส่ตามความเหมาะสม ให้เหมาะกับตัวเอง และที่สำคัญคือ พยายามรักษาความสะอาดให้ดี เพียงเท่านี้ เพื่อนๆ ก็สามารถมีดวงตากลมโตบ้องแบ๊วแบบปลอดภัยกันทุกคนค่ะ

30 เม.ย. 2555

“บิ๊กอาย” ความสวยอาจทำให้ตาบอดได้

"บิ๊กอาย” กำลังเป็นที่นิยมของสาว ๆ ตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงคนทำงานที่ต้องการให้ดวงตามีสีสัน กลมโต ตามแฟชั่นดารานักร้องเกาหลี ซึ่งมีหลากหลายสี ทั้งสีดำ น้ำตาล ม่วง เขียว เทา รวมไปถึงลวดลายแปลกๆ อย่างลายเพชร หรือตารางหมากรุก

บิ๊กอาย คือคอนแทคเลนส์ชนิดหนึ่งแต่ไม่ได้ช่วยเรื่องการปรับสายตาสั้นยาว ปัจจุบันหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดไม่จำกัดแค่เพียงการซื้อขายในร้ายสายตาเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นท้องตลาด แผงลอย หรือแม้แต่เว็บไซต์ก็สามารถหาซื้อได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ในราคาตั้งแต่ ๕๐ ไปจนถึง ๕๐๐ บาท นอกจากราคาที่ถูกแล้วบางร้านยังมีการโฆษณาอายุการใช้งานที่ยาวนานถึง ๑ ปีอีกด้วย

จะเกิดอะไรกับดวงตาผู้สวมใส่เนื่องจากบิ๊กอายคือคอนแทคเลนส์ที่ใช้กับดวงตาที่เป็นอวัยวะที่อ่อนไหวมากที่สุด บางรายผู้สวมยังนำมาแลกเปลี่ยนกันใส่ การใช้ที่ไม่ถูกวิธี หรือคอนแทคเลนส์ที่ไม่มีความสะอาดเพียงพออาจนำเชื้อโรคเข้าสู่ลูกตา ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ ตั้งแต่มีอาการเคืองตา ตาแห้ง ตาอักเสบ ตาขาดออกซิเจน หรือภาวะการติดเชื้อ หากติดเชื้อรุนแรงอาจทำให้กระจกตาอักเสบและเป็นแผล จนในที่สุดก็อาจทำให้กระจกตาทะลุ และเกิดการอักเสบติดเชื้อในลูกตาได้ จนอาจถึงขั้นต้องควักลูกตาออกได้ เพราะหากปล่อยไว้เชื้อจะกระจายเข้าสู่สมองได้

การใช้คอนแทคเลนส์ที่ถูกวิธี ต้องเก็บรักษาในน้ำยาแช่คอนแทคเลนส์โดยเฉพาะ และปิดฝาให้สนิท เปลี่ยนน้ำยาแช่เลนส์ทุกครั้งที่ใช้ ห้ามล้างคอนแทคเลนส์ด้วยน้ำประปา เนื่องจากสารคลอรีนที่อยู่น้ำประปาอาจกัดกร่อนเลนส์ ทำให้เลนส์เสื่อมสภาพ ขุ่นมัว หรืออาจมีสิ่งเจือปนทำให้เลนส์สกปรกได้ และต้องล้างมือให้สะอาดก่อนสัมผัสคอนแทคเลนส์ทุก

"บิ๊กอายส์” ถือว่าเป็นสินค้าในลักษณะเดียวกับคอนแทคเลนส์ การจะนำมาจัดจำหน่ายต้องขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ก่อนและต้องมีการแสดงฉลากแสดงอายุการใช้ คำเตือน ข้อห้ามใช้ และข้อควรระวังในการใช้ไว้ในฉลาก หรือเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ และในการโฆษณาต้องได้รับอนุญาตจาก อย. รวมทั้งต้องมีใบรับรองจากประเทศที่นำเข้ามาด้วย การตัดสินใจใช้คอนแทคเลนส์จึงควรปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน ดวงตาโดยเฉพาะ สำหรับคอนแทคเลนส์ที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น เปลี่ยนสีตา ขยายขนาดของตาดำ มักจะใช้ในกลุ่มผู้ที่ต้องอาศัยรูปร่างหน้าตาในการประกอบอาชีพ เช่น ดารา นักร้อง นางแบบ เป็นต้น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นคอนแทคเลนส์ชนิดใดก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุด คือ การระมัดระวังเรื่องความสะอาด เนื่องจากคอนแทคเลนส์ต้องสัมผัสกับกระจกตาโดยตรง และใช้เวลานาน หากคอนแทคเลนส์สกปรก จะทำให้เกิดการติดเชื้อที่กระจกตา และอาจลุกลามถึงขั้นตาบอดได้ภายใน ๒ วัน

ที่มา : hxxp://hq.prd.go.th/prTechnicalDM/ewt_news.php?nid=598&filename=index

23 เม.ย. 2555

วิธีเลือกสีคอนแทคเลนส์ให้เหมาะกับบุคลิก

เราจะเลือกสีคอนแทคเลนส์ที่เหมาะกับตัวเราได้อย่างไร?
คำถามนี้เป็นคำถามที่พบได้บ่อยกับผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์เป็นครั้งแรก แต่แท้จริงแล้ววิธีเลือกสีคอนแทคเลนส์ให้เหมาะกับตัวคุณนั้นง่ายนิดเดียว เพียงแค่คุณบอกว่า "คุณเป็นคนลักษณะอย่างไร และต้องการอะไรจากการใส่คอนแทคเลนส์"

1.หากคุณเป็นคนที่ค่อนข้างมั่นใจในตนเอง หรือจัดว่าเป็นคนมีบุคลิกที่โฉบเฉี่ยว คุณเหมาะกับคอนแทคเลนส์สีประเภทที่ให้ดวงตาดูโดดเด่น สะดุดตาผู้คน จนเพื่อนๆต้องถามว่าคุณไปทำอะไรมา วิธีเลือกคอนแทคเลนส์ก็มีดังนี้
  • ผิว ผม และนัยตาของคุณมีสีโทนเย็น เช่น สีฟ้าหรือน้ำตาลอ่อนๆ คุณควรเลือกสีคอนแทคเลนส์สีโทนอบอุ่น เช่นสีน้ำตาล
  • หากคุณเป็นคนผิวคล้ำ คุณควรเลือกคอนแทคเลนส์สีสว่างๆ หรือสีที่ดูสดใส
  • หากคุณเป็นคนที่ชอบแต่งหน้า คุณควรเลือกคอนแทคเลนส์สีที่แตกต่างจากสีมาสคาร่าที่คุณทาอยู่ จงหลีกเลี่ยงคอนแทคเลนส์สีมืดๆ ที่เมื่อคุณใส่แล้วตาคุณจะดูดำคล่ำไม่ต่างอะไรกับหมีแพนด้า หาความโดดเด่นไม่เจอ
  • ถ้าคุณมีนัยตาสีน้ำตาล คุณควรใส่คอนแทคเลนส์สีม่วง , คอนแทคเลนส์สีเขียว หรือ คอนแทคเลนส์สีฟ้า/สีน้ำเงิน

2. หากคุณเป็นสาวหวาน เรียบร้อย คุณคงไม่อยากให้ดวงตาของคุณดูสะดุดตาผู้คนมากเกินไป คุณเหมาะกับคอนแทคเลนส์ที่ทำให้ดวงตาของคุณดูเป็นประกายเบาๆ มีวิธีเลือกคอนแทคเลนส์ดังนี้
  • ข้อแนะนำประการแรกสำหรับการเลือกคอนแทคเลนส์สำหรับคุณก็คือ คุณควรเลือกสีคอนแทคเลนส์โทษสีใกล้เคียงกับสีนัยตาของคุณ เพื่อที่ว่า ดวงตาของคุณจะไม่ดูเปลี่ยนไปมากนักหลักจากใส่คอนแทคเลนส์
  • หากสีตาโดยธรรมชาติของคุณเป็นสี่ฟ้า คุณควรเลือกคอนแทคเลนส์สีเทา หรือสีเขียว
  • หากผิว ผม นัยตา และการแต่งหน้าของคุณ เป็นสีโทนอบอุ่น คุณควรเลือกสีคอนแทคเลนส์สีโทนอบอุ่นเช่นเดียวกัน เช่น คอนแทคเลนส์โทนสีน้ำตาล

3. อีกหนึ่งการตัดสินใจเลือกสีคอนแทคเลนส์ก็คือ คุณควรตอบตัวเองให้ได้ว่า คุณต้องการใส่คอนแทคเลนส์ทุกวัน หรือใส่เฉพาะโอกาสพิเศษ หากเป็นอย่างหลัง คุณก็ควรเลือกคอนแทคเลนส์สีที่แตกต่างจากสีตาโดยธรรมชาติของคุณ เพื่อทำให้คุณดูต่างจากทุกๆวัน แต่ก็ควรคำนึงถึงการแต่งตัวของคุณเองด้วย

20 เม.ย. 2555

3 ข้อปฎิบัติในการเสริมสวยตาให้เข้ากับคอนแทคเลนส์สีเขียว

ปัจจุบันเทคนิคและเคล็ดลับเสริมความงามของผู้หญิงมีมากมายหลายรูปแบบ และมีตัวช่วยเพิ่มความงามแบบง่าย ๆ และรวดเร็วมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของ "ดวงตา" ที่มีคำนิยามที่ได้ยินกันบ่อยๆว่า "ดวงตา คือประตูสู่หัวใจ" สาวคนไหนปรารถนาจะมีดวงตากลมโตก็มีคอนแทคเลนส์ "บิ๊กอาย" เป็นตัวช่วย แต่ถ้าปรารถนาปรับเปลี่ยนลุคเดิม ๆ ให้ดูแปลกตามากขึ้น หรือเปลี่ยนจากสาวแว่นเป็นสาวเริด ก็อาจใช้ตัวช่วยคือ คอนแทคเลนส์แฟชั่น อาทิเช่น บิ๊กอาย และคอนแทคเลนส์แบบสี ซึ่งคอนแทคเลนส์ประเภทนี้ก็ยังมีค่าสายตาต่างๆให้เลือก ช่วยให้ผู้ที่เคยเป็นสาวแว่นได้เปลี่ยนลุคของตัวเองแบบพลิกหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว


คอนแทคเลนส์สีเขียว
คอนแทคเลนส์สีเขียว
แต่เมื่อถึงยามที่ต้องแต่งหน้าแต่งตา สาวๆเอเชียก็ยังชินกับการแต่งตาที่แมทช์กับดวงตาสีเข้มๆแบบชาวเอเชีย สาวๆส่วนใหญ่ยังวาดภาพไม่ออกว่าควรแต่งตาเช่นไรให้เข้ากับคอนแทคเลนส์ บิ๊กอายสีต่างๆดี บทความนี้จึงขอนำเสนอ 3 ข้อปฎิบัติในการเสริมสวยตาให้เข้ากับคอนแทคเลนส์สีเขียว

1. การเสริมสวยตาที่เสริมให้ตาสีเขียวของคุณดูสวยงามและสะดุดตา ก็ต้องเลือกเฟ้นใช้สีที่ตัดกับสีเขียว นั่นก็คือ “คอนแทคเลนส์สีม่วง” นั่นเอง ซึ่งม่วงก็ยังมีหลายโทน ทั้งม่วงสไตล์มะเขือม่วง ม่วงลูกพลัมหรือลูกไหน ม่วงลาเวนเดอร์ หรือกระทั่งสีม่วงอมชมพู และสีเทาแก่ ก็ยังไปกันได้ดีกับคอนแทคเลนส์สีเขียว

2. เลี่ยงการใช้อายไลน์เนอร์และอายแชโดว์สีแดง ก็เพราะว่ามันจะดูเหมือนกับว่าคุณกำลังแต่งหน้ารับเทศกาลคริสต์มาส แต่หากเป็นคอนแทคเลนส์สีน้ำตาลโทนอบอุ่น คอนแทคเลนส์สีแดงเบอร์กันดี คอนแทคเลนส์สีแดงเลือดนก ก็ยังโอเค ขอแค่ไม่ให้ออกสีแดงจัดมากเกินไปเท่านั้น

3. หากประสงค์เสริมสวยตาแบบสโมคกี้อาย ให้เลือกเฟ้นเสริมสวยแบบซอฟท์สโมคกี้อาย อย่าถมสีดำให้หนักมือนัก ไม่เช่นนั้นตาคุณจะดูหลอน ๆ เหมือนกับซอมบี้ ไม่ก็โดนใครทำร้ายมาเลยเชียวล่ะ

17 เม.ย. 2555

สาระน่ารู้ : บิ๊กอาย

บิ๊กอาย เป็นคอนแทคเลนส์ชนิด bifocal เลนส์แบ่งออกเป็นสองครึ่งหนึ่ง ส่วนบนและส่วนอื่นๆ จะต่ำกว่า และบางครั้งก็สามารถอยู่ในตำแหน่งศูนย์กลาง เลนส์หนึ่งในส่วนภายในและส่วนนอกที่ต้องการเลนส์ คอนแทคเลนส์บิ๊กอายจะอ่อน มีส่วนประกอบของวัสดุก๊าซ โดยตาของผู้สวมใส่จะเริ่มทยอยปรับตัวให้เข้าความแตกต่างของส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อตา ประสานงานกับการทำงานของเลนส์ แสงจะถูกหักเหในมุมของจอตา ความสามารถในการหักเหแสงที่แตกต่างอาจทำให้บางคนมีปัญหามากและปัญหาในการสวมใส่ ปัจจุบันบิ๊กอายจัดเป็นเครื่องมือแพทย์ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข การผลิต นำเข้าหรือจำหน่าย ต้องได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบว่าได้รับการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือไม่ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องรีบเข้าไปตรวจสอบ และจับกุมผู้ที่กระทำความผิด เพราะจำนวนผู้เข้ารับการรักษาที่มีลักษณะตาอักเสบจากการใส่บิ๊กอายเพิ่มมากขึ้น ในส่วนของนักเรียน กระทรวงศึกษาธิการควรที่จะออกกฎระเบียบมาคุมเข้มในเรื่องของการใส่บิ๊กอาย หากเป็นบิ๊กอายที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ผู้ที่จะนำมาสวมใส่ควรที่จะรักษาความสะอาดให้ดี จะช่วยป้องกันตาติดเชื้อแบคทีเรียได้


บิ๊กอาย คอนแทคเลนส์
พิษบิ๊กอาย
1.พบว่ามีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยอาการตาบวม เป็นสีแดงก่ำ ปวด และมีขี้ตาเป็นสีเขียวออกมาตลอดเวลา ทั้งเพศชายและหญิง ทุกรายเป็นวัยรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี เมื่อส่องกล้องพบว่ามีรอยขาวขุ่นอยู่ในตาดำ เป็นลักษณะของการเกิดแผลที่กระจกตาดำ ผู้ป่วยต้องเข้ารักษาเป็นผู้ป่วยใน ผลจากการเก็บตัวอย่างส่งตรวจหาสาเหตุ พบว่า ตาติดเชื้อแบคทีเรียสูโดโมแนส แอรูจิโนซา ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่สามารถกินทะลุกระจกตาดำภายใน 2 วัน หากรักษาไม่ทันอาจส่งผลให้ตาบอด หรือต้องควักลูกตาออก เพื่อไม่ให้ลามไปยังอวัยวะอื่น เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้เข้าสู่กระแสเลือดได้ ในการรักษาตาติดเชื้อแบคทีเรียสูโดโมแนส แอรูจิโนซา ต้องใช้เวลานานและต้องให้ยาฆ่าเชื้อชนิดแรงทั้งแบบยาฉีดและยาหยอดตา

2.สาเหตุที่ทำให้ตาติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ เกิดจากการใส่คอนแทคเลนส์บิ๊กอาย ผู้ป่วยทุกรายมีประวัติใส่บิ๊กอายทั้งสิ้น โดยซื้อจากแผงลอยวางขายทั่วไปตามตลาดนัด สะพานพุทธ หรือย่านขายของวัยรุ่น สั่งซื้อจากอินเตอร์เน็ต หรือซื้อจากเพื่อนที่เป็นนายหน้าขายตรงด้วยการมีแคตตาล็อกแบบของบิ๊กอายให้ เลือกเป็นชนิดใส่รายปี ในราคาคู่ละ 300 บาท ซึ่งขณะนี้กำลังเป็นที่นิยมใส่อย่างมากในกลุ่มพนักงานบริษัท หรือคนวัยทำงาน รวมทั้งนักเรียน นักศึกษาทั้งหญิงและชาย สวมใส่ตั้งแต่เรียนอยู่ในชั้นระดับมัธยมต้น

3.หนึ่งในผู้ป่วยตาติดเชื้อจนเกิดแผลที่กระจกตาดำ กล่าวว่า ใส่บิ๊กอายเนื่องจากเป็นคนสายตาสั้น เมื่อใส่แว่นจะรู้สึกเกะกะ และยอมรับว่าอยากสวย บวกกับเห็นเพื่อนใส่มานาน 2-3 ปี จึงตัดสินใจสั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ตแบบรายปี คู่ละ 300 บาท ซึ่งตนจะบอกระยะสายตาที่สั้น เลือกแบบแล้วเพื่อนจะเป็นคนสั่งซื้อให้พร้อมจัดส่งถึงบ้าน เมื่อเริ่มเปลี่ยนเป็นคู่ที่ 2 ได้ราว 2-3 เดือน เริ่มมีอาการโดยเกิดการระคายเคืองตา จึงถอดบิ๊กอายออกและนอนหลับตามปกติ เมื่อตื่นขึ้นมา ตาแดง คิดว่าไม่เป็นไร เพราะเคยเป็นมาก่อน ทำให้ใส่บิ๊กอายกลับเข้าไปใหม่ แต่ทันทีที่เจอกับแสงแดด ปรากฏว่าตาสู้แสงไม่ได้ แสบตาและน้ำตาไหล ตาแดงก่ำมาก

4.ขณะที่ผู้ป่วยตาติดเชื้อจนเกิดแผลที่กระจกตาดำอีกรายอายุ 14 ปี บอกว่า ซื้อบิ๊กอายจากร้านแผงลอยย่านสะพานพุทธ ใช้ได้ 3-4 เดือนเริ่มเกิดอาการแสบตา และตาแดงมาก รู้สึกเหมือนมีอะไรขาวๆ อยู่ในตาตลอดเวลา เจ็บมาก

บิ๊กอาย คอนแทคเลนส์ แผลที่กระจกตา
แผลที่กระจกตาดำ
1.มักเกิดกับผู้ที่ละเลยกับการใส่ใจดูแลตัวเอง ใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำ พฤติกรรมการเปลี่ยนใส่คอนแทคเลนส์ เพียงแค่ลืมถอดคอนแทคเลนส์ก่อนนอน หรือเพียงแค่ลืมดูวันหมดอายุการใช้งานของคอนแทคเลนส์ การดูแลรักษาความสะอาดไม่เพียงพอ ก็อาจมีผลถึงกับทำให้ตาบอดได้

2.อาการของโรค ได้แก่ ปวดในตา ตาแดง น้ำตาไหล สู้แสงไม่ได้ บีบตา ตามัว ตรวจพบกระจกตาขุ่น บวมและอักเสบ

3.การเกิดภาวะแทรกซ้อน ทำให้กระจกตาเปลี่ยนสภาพ เกิดเป็นต้อหิน ต้อกระจก มักเป็นในรายที่ได้ยาขนาดเข้มข้นนานๆ บางรายกระจกตาบางลงและทะลุ อาจเกิดการติดเชื้อลุกลามเข้าลูกตา

4.ระดับของแผลที่กระจกตาชนิดเล็กน้อย แผลมีขนาดน้อยกว่า 2 มม. ความลึกของแผลน้อยกว่า 20% ของความหนาของกระจกตา

5.แผลระดับปานกลางขนาด 2-5 มม. ความลึกของแผล 20-50% ของความหนาของกระจกตา

6.แผลรุนแรงขนาดใหญ่กว่า 5 มม. ความลึกของแผลมากกว่า 50% ของความหนาของกระจกตา

บิ๊กอาย คอนแทคเลนส์ ตาติดเชื้อแบคทีเรีย
ภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรค
1.ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ผิดวิธี ใส่คอนแทคเลนส์ที่หมดอายุ ใส่คอนแทคเลนส์ขณะนอนหลับ กระจกตาต้องการออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยง เมื่อมีคอนแทคเลนส์ขวางอยู่ ทำให้ออกซีเจนไม่สามารถเข้าไปเลี้ยงกระจกตาได้ การไม่ล้างกล่องใส่คอนแทคเลนส์และคอนแทคเลนส์ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อโรค เมื่อใส่คอนแทคเลนส์ที่มีเชื้อโรคสะสมอยู่ ทำให้เชื้อโรคที่สัมผัสกระจกตาปล่อยสารที่มีฤทธิ์ย่อยเยื่อกระจกตา เป็นสาเหตุของโรคกระจกตาเปือย

2.บางรายอาจเกิดจากอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดแผลที่ดวงตา แผลที่กระจกตาเป็นภาวะที่กระจกตาอักเสบเป็นแผล ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ตาบอด พบเป็นอันดับสองรองจากต้อกระจก โดยการติดเชื้อที่กระจกตาทำให้มีแผลเป็นและมีฝ้าขาวที่กระจกตา การมองเห็นลดลงสายตาเลือนลาง และตาบอดได้ในบางราย ซึ่งสาเหตุเกิดได้จากทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ไวรัส ปรสิต หรืออาจมีประวัติจากการเกิดอุบัติเหตุที่ตามาก่อนหรือไม่ก็ได้

3.การใส่คอนแทกเลนส์ติดต่อกันหลายวัน โดยไม่ได้ล้างทำความสะอาด ทำให้เชื้อโรคที่สัมผัสกระจกตาอยู่ ปล่อยสารออกฤทธิ์ย่อยเยื่อกระจกตาไปเรื่อยๆ ยิ่งเสี่ยงต่อโรคกระจกตาเปือย ซึ่งรุนแรงถึงขั้นตาบอดในชั่วข้ามคืนได้


การรักษา
  1. เริ่มให้ยาให้เร็วที่สุด หลังจากการวิเคราะห์การเพาะเชื้อของแผล และให้ยาที่ครอบคลุมเชื้อหลายชนิดก่อน และเมื่อทราบเชื้อ จึงเปลี่ยนหรือปรับยาที่เฉพาะต่อเชื้อที่สุดด
  2. การให้ยาจะประกอบด้วยยาปฏิชีวนะ ให้ตามกลุ่มที่พบเชื้อจากการย้อมสี ถ้าไม่พบเชื้อ ควรให้ยาที่มีฤทธิ์กว้าง เช่น Cefazolin Ceftazidime ร่วมกับ Tobramycin หรือ Gentamicin หรือใช้ยาตัวเดียว เช่น Ciprofloxacin
  3. การหยอดตาควรหยอดบ่อยๆ ทุก 5-15 นาที ในชั่วโมงแรก โดยเว้น 5 นาที ถ้าใช้ยาตัวอื่นด้วยเพื่อเพิ่มปริมาณยาให้ถึงระดับเร็วๆ หรืออาจหยอดทุก 1 นาที เป็นวลา 5 นาที และซ้ำแบบนี้ทุก 30 นาที แล้วจึงห่างเป็นทุก 30-60 นาทีต่อไป


ข้อแนะนำการใส่คอนแทคเลนส์
  1. คอนแทคเลนส์ตาโตสีๆที่ขายทั่วไป อาจทำให้เราเห็นไม่ชัด เนื่องจากเส้นสีของเลนส์อาจขยับบังการมองเห็นของเรา ตัวเลนส์หนา ทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ส่งผลให้ตาแห้ง
  2. ล้างและถูตัวเลนส์ก่อนเก็บและก่อนใส่ทุกครั้ง วิธีล้างคือเทน้ำยาลงที่ตัวเลนส์ ถูเลนส์ เทน้ำยาทิ้ง ทำแบบนี้สัก 2-3 ครั้ง เพื่อเอาคราบโปรตีนและสิ่งสกปรกออก
  3. หมั่นเปลี่ยนน้ำยาที่แช่เลนส์บ่อยๆ เพราะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค
  4. คอนแทคเลนส์รายเดือนดีกว่ารายปี ยิ่งใส่นาน เชื้อโรคยิ่งสะสมมาก
  5. อย่าใส่ติดต่อกันนานจนเกินไปประมาณ 12 ชม. ก็ควรถอดและเปลี่ยนมาใส่แว่นแทนบ้าง เพื่อเป็นการให้ตาได้ถ่ายเทออกซิเจนได้สะดวก
  6. หากนั้งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นาน ให้ละสายตามองออกไปข้างนอกบ้าง
  7. คอนแทคเลนส์ตาโตคุณภาพไม่ดีเท่าคอนเทคเลนส์ทั่วไป
  8. กระพริบตาหรือหลับตาบ่อบๆ ตาจะได้ไม่แห้ง

ที่มา : นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
www.bangkokhealth.com/index.php/eyes/3685-Big-Eyes.html

12 เม.ย. 2555

8 ข้อแนะนำการใส่คอนแทคเลนส์

โดย นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
(www.bangkokhealth.com/index.php/eyes/3685-Big-Eyes.html)

1.คอนแทคเลนส์ตาโตสีๆที่ขายทั่วไป อาจทำให้เราเห็นไม่ชัด เนื่องจากเส้นสีของเลนส์อาจขยับบังการมองเห็นของเรา ตัวเลนส์หนา ทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก ส่งผลให้ตาแห้ง
2.ล้างและถูตัวเลนส์ก่อนเก็บและก่อนใส่ทุกครั้ง วิธีล้างคือเทน้ำยาลงที่ตัวเลนส์ ถูเลนส์ เทน้ำยาทิ้ง ทำแบบนี้สัก 2-3 ครั้ง เพื่อเอาคราบโปรตีนและสิ่งสกปรกออก
3.หมั่นเปลี่ยนน้ำยาที่แช่เลนส์บ่อยๆ เพราะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค




4.คอนแทคเลนส์รายเดือนดีกว่ารายปี ยิ่งใส่นาน เชื้อโรคยิ่งสะสมมาก
5.อย่าใส่ติดต่อกันนานจนเกินไปประมาณ 12 ชม. ก็ควรถอดและเปลี่ยนมาใส่แว่นแทนบ้าง เพื่อเป็นการให้ตาได้ถ่ายเทออกซิเจนได้สะดวก
6.หากนั้งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นาน ให้ละสายตามองออกไปข้างนอกบ้าง
7.คอนแทคเลนส์ตาโตคุณภาพไม่ดีเท่าคอนเทคเลนส์ทั่วไป
8.กระพริบตาหรือหลับตาบ่อบๆ ตาจะได้ไม่แห้ง

Loading

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More